Home E-variety Health

E-Book

ผลของวิตามินดี

ต่อการป้องกันและ

การรักษาโรคกระดูกพรุน

Effect of Vitamin D

on The Occurrence,

Prevention and

Treatment of Osteoporosis

เรื่องเด่น ประเด็นร้อน Hot News

สุขภาพน่ารู้
วิธีลดหน้าท้อง ด้วยอาหารอย่างได้ผล PDF พิมพ์ อีเมล

วิธีลดหน้าท้อง ด้วยอาหารอย่างได้ผล

หลากหลายวิธีลดหน้าท้องที่หากว่าคุณยังไม่เคยใช้ได้ผลลอง มาเจอกับ วิธีลดหน้าท้อง ของเราดูซิค่ะ เป็นวิธีที่เราคิดว่าง่ายมากขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณเลือกรับประทานเท่านั้น แต่บางคนอาจจะว่ายากก็ได้ค่ะเพราะการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเลือกอาหารของ แต่ล่ะคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่หากว่าคุณอยากจะ ลดหน้าท้อง โดยที่ไม่ต้องเสียเหงื่อก็ต้องใช้ วิธีลดหน้าท้อง ด้วยอาหารของเราเนี่ยแหละค่ะเป็นวิธีที่ดีที่สุดและไม่มีวิธีไหนจะดีเท่านี้ อีกแล้ว หากว่าคุณใช้วิธีลดหน้าท้องของเราแม้ว่าคุณจะไม่มีเวลาไปออกกำลังกายแต่คุณ ก็ยังสามารถที่จะทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างง่ายดาย เพียงปรับการกินหรือการเลือกอาหารเท่านั้น เพียงแค่นี้คงไม่อยากอะเนอะหากคิดจสวยซะอย่าง

วิธีลดหน้าท้อง

แคลอรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้หน้าท้องเพิ่มหรือลดแต่อาหารบางอย่างดู จะมีผลต่อไขมันกลางลำตัวของเรามากกว่า เมื่อไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญจากการศึกษาแบบต่อเนื่องของ Framingham Nutrition รายงานว่า ผู้หญิงที่กินน้อยลงไปเกือบ 400 แคลอรี่ต่อวัน แต่เลือกอาหารที่มีสารอาหารน้อยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสองเท่าครึ่งในการมี หน้าท้องใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่กินมากกว่าแต่กินอาหารที่ดีกว่า คุณจึงไม่จำเป็นต้องอดอาหารเพียงแต่ต้องรู้จักเลือกอาหารให้มากขึ้น เพื่อปราบหน้าท้องให้อยู่ในที่ในทาง นั่นก็คือ 4 อาหาร ต่อไปนี้

1. ผักและผลไม้

ผู้หญิงลดขนาดเอวได้ด้วยการแทนที่อาหารที่เป็นแป้งขัดขาวและน้ำตาลด้วย คาร์โบไฮเดรตจากผักและผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีส้ม นี่เป็นการรีวิวจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน นอกเหนือจากเส้นใยอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานกว่า นักวิจัยยังคาดว่า แอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างเช่น วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้

2. โปรตีน

การกินโปรตีนมากขึ้นทำให้คุณอิ่มและเพิ่มพลังงานซึ่งนำไปสู่การลด น้ำหนักโดยรวม และสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เป็นพิเศษ นี่เป็นผลการค้นพบของวิทยาลัยสกิดมอร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน แต่งานวิจัยชี้ว่าการกินโปรตีนในปริมาณสูง ๆ อาจทำให้ไตทำงานหนัก เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมได้ ควรตั้งเป้ารับแคลอรี 25% จากโปรตีน (ถ้าคุณกินวันละ 2,000 แคลอรี่ นั่นก็คือ 500 แคลอรี่ จากโปรตีน) และเลือกโปรตีนแบบไร้ไขมัน อย่างเช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไร้ไขมัน ปลาและสัตว์ปีกไร้หนัง ถั่วเป็นแหล่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งแต่อาจมีแคลอรี่ค่อนข้างสูง

3. เซเลเนียม

นี่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยต่อสู้มะเร็งและเชื่อมโยงกับไขมันหน้าท้อง จากการสำรวจคนอเมริกันมากกว่า 8,000 คน คนที่มีระดับเซเลเนียมและแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆ ในเลือดน้อยกว่าจะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า เซเลเนียมพบในอาหารหลายชนิดแต่มันอาจยากที่จะรู้ว่าคุณได้รับปริมาณครบตาม ที่แนะนำหรือเปล่า (55 ไมโครกรัม) เพื่อให้ได้ปริมาณตามต้องการลองกินวิตามินเสริมหรือกินอาหารให้หลากหลาย

4. ไขมันที่ดี

การวิจัยชิ้นหนึ่งของสเปนชี้ให้เห็นว่า มันง่ายกว่าที่จะรักษาความผอมเพรียวด้วยการกินไขมันแบบไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (เช่น น้ำมันมะกอก) และโอเมก้า-3 (ส่วนใหญ่พบในปลา แต่ก็มีในเมล็ดต้นแฟลกซ์ น้ำมันวอลนัตและเต้าหู้) ในขณะที่ไขมันเมก้า-6 (มีมากในซีเรียลน้ำมันข้าวโพดและไข่) เป็นเหตุให้ไขมันหน้าท้องเพิ่มพูน แต่ไขมันที่ควรกำจัดโดยสิ้นเชิงก็คือ ไขมันทรานส์ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร


ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ลิงที่กินอาหารแบบที่คนอเมริกาทั่วไปกิน เป็นเวลา 6 ปี มีน้ำหนักมากขึ้นเทียบเท่ากับน้ำหนักมนุษย์ 10 ปอนด์ ถ้าไขมันที่พวกมันกินคือ ไขมันทรานส์อย่างเดียวเทียบกับพวกที่กินไขมันที่เพิ่มขึ้น 30% นั้นจะเพิ่มขึ้นในส่วนของหน้าท้องด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
 
โรคเส้นเลือดสมองตีบ PDF พิมพ์ อีเมล
โรคเส้นเลือดสมองตีบ




อัมพฤกษ์อัมพาต
เป็นอาการที่คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะเกรงกลัวกันมาก ซึ่งอาการดังกล่าวหมายถึง การที่แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง และมักจะไม่ค่อยหาย หรือหายแต่ไม่หายสนิท ใช้เวลาฟื้นฟูสมรรถภาพค่อนข้างนาน มีความพิการหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

สาเหตุ ของอาการดังกล่าวมีได้หลายอย่าง แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือ ประมาณ80-90% ก็คือ โรคหลอดเลือดสมอง ที่เหลือก็เป็นสาเหตุอื่นๆเช่น เนื้องอกในสมอง ฝีในสมองเป็นต้น

เส้นเลือดสมองตีบหมายถึงอะไร


เส้นเลือดสมองตีบเป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประกอบ ไปด้วย 3 โรคหลักๆ ได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ แตก และ อุดตัน โดยที่เส้นเลือดสมองตีบเป็นแบบที่พบได้มากที่สุด(80-85%)

เส้น เลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือด รวมทั้งอาจมีเกล็ดเลือด หรือองค์ประกอบอื่นๆ ของเลือด มาสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมาก ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง และเกิดความเสียหายต่อเซลสมองบริเวณนั้นๆ
อ่านเพิ่มเติม...
 
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน PDF พิมพ์ อีเมล
หมอนรองกระดูก ...ช่วยให้ยืดหยุ่น

หมอน รองกระดูกสันหลัง เป็นอวัยวะส่วนสำคัญที่ช่วยคั่นกลางรอยต่อ ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละคู่ โดยหมอนรองกระดูกนี้ มีลักษณะยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้สันหลังเคลื่อนไหวได้

รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุรเกียรติ อาชานานุภาพ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภายในโพรงของกระดูกสันหลัง จะมีไขสันหลังบรรจุอยู่ และมีเส้นประสาทแยกแขนง จากไขสันหลังไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นประสาทส่วนต้นสุด ที่แยกแขนงออกมาจากไขสันหลัง เรียกว่า รากประสาท ซึ่งอยู่ชิดกับหมอนรองกระดูก

บางคนอาจมีการเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก ไปรบกวนหรือกดทับถูกรากประสาทดังกล่าว ทำให้เป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือที่เรียกว่า รากประสาทถูกกด

คนกลุ่มไหนที่เสี่ยง

โรค นี้มักพบในคนอายุ 20-40 ปี โดยมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า มักเกิดกับคนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีแรงกระเทือนที่บริเวณหลัง หรือคนที่แบกของหนัก หรือนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก

ส่วนตำแหน่งที่พบบ่อยของการเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก คือ หมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ หรือ ระดับบั้นเอว

อ่านเพิ่มเติม...
 
โรคปวดข้อรูมาตอยด์ PDF พิมพ์ อีเมล
ไขข้อข้องใจรูมาตอยด์

โรค ปวดข้อรูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่รุนแรง และอาจทำให้พิการได้ โรคนี้จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 3 เท่า และส่วนใหญ่จะพบในช่วงอายุ 20-50 ปี

สาเหตุมาจากการอักเสบเรื้อรัง ของเยื่อบุข้อเกือบทุกแห่งทั่วร่างกายพร้อมกัน ร่วมกับมีการอักเสบของพังผืด เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อ เชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีการตอบสนองอย่างผิดปรกติต่อเชื้อโรค หรือสารเคมีบางอย่าง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่า เนื้อเยื่อข้อปรกติเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างกระบวนการกำจัดสิ่งแปลกปลอมขึ้น และส่งผลให้ข้ออักเสบ ซึ่งอาจจะเรียกอีกอย่างได้ว่า แพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune)

สังเกตอาการ

อาการ ของโรคนี้ จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อย ไป เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะเวลาที่ร่างกายกระทบกับอากาศเย็นๆ หลังจากนั้นจะปวดเมื่อยตามตัวและข้อต่างๆ แล้วจึงมีอาการอักเสบของข้อปรากฏให้เห็น โดยข้อที่เริ่มมีการอักเสบก่อน ได้แก่ ข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อเข่า ข้อศอก ต่อมาจะเป็นข้อไหล่ ส่วนข้อศอกจะปวดพร้อมกันทั้งสองข้าง และข้อจะบวมแดงร้อน นิ้วมือนิ้วเท้าจะบวม ต่อมาอาการอักเสบจะลุกลามไปทุกข้อทั่วร่างกาย

อ่านเพิ่มเติม...
 
อาการของผู้ที่เป็น ข้อเข่าเสื่อม PDF พิมพ์ อีเมล

ผู้ที่เริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อม จะเริ่มจากมีอาการปวดข้อ ข้อที่ปวดจะเป็นข้อที่ต้องรองรับน้ำหนักของร่างกาย ในคนไทยหรือคนที่มีเชื้อสายจีนมักเป็นข้อเข่า แต่ในฝรั่งชาติตะวันตกในยุโรปหรืออเมริกาจะเป็นข้อสะโพก อาการปวดข้อในระยะแรกจะเกิดขึ้นเวลาเดินมาก ยืนมาก หรือเดินขึ้นลงบันไดมากๆ เวลาเดินอาจมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บในข้อ นั่นหมายความว่าโครงสร้างต่างๆ ในข้อ เริ่มไม่แน่นแฟ้นเหมือนแต่ก่อน เริ่มมีความหลวมจากกระดูกอ่อนในข้อเริ่มไม่กระชับรับกัน กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเริ่มอ่อนแอลง ไม่ฟิตเหมือนเก่า จึงทำให้เกิดเสียงดังเวลาเดิน ต่อมาอาการปวดข้อเกิดได้ง่ายขึ้น เดินไม่นานก็ปวด บางวันมีปวดตอนกลางคืนที่หยุดใช้งานหลังจากที่ใช้งานข้อมาทั้งวัน อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อข้อเสื่อมมากขึ้น เข่า 2 ข้างเริ่มโก่ง จนขา 2 ข้างโก่งออกจากกัน หรือเวลาลุกจากท่านั่งแล้วต้องยืนเกร็งนิ่งสักพักกว่าจะก้าวออกเดินได้ต่อไป สุดท้ายแค่ขยับข้อจะลุกนั่งก็ปวดแล้ว เพราะไม่เหลือกระดูกอ่อนในข้อ เวลาขยับข้อแล้วกระดูก 2 ข้างจะบดกันจึงปวดมาก ทำให้เดินไม่ได้ กลายเป็นพิการไปไหนมาไหนต้องนั่งรถเข็นในที่สุด

ข้อเข่าเสื่อมนี้อาจเกิดร่วมกับความเสื่อมของข้ออื่น ๆ  ในร่างกาย โดยเฉพาะข้อกระดูกสันหลัง อาจมีกระดูกงอกไปกดเบียดเส้นประสาทหรือปวดร้าวมาตามขาข้างใดข้างหนึ่งหรือ 2 ข้างก็ได้ ข้อปลายนิ้วของนิ้วมือก็อาจจะเกิดเสื่อมได้ มีกระดูกงอกเป็นปุ่มยืนขึ้นมาบริเวณโคนเล็บ มักจะเริ่มจากข้อนิ้วก้อยก่อน ต่อมาก็ค่อยๆ งอกขึ้นได้เกือบทุกนิ้ว ความเสื่อมของข้อต่างๆ ทั่วร่างกายนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน เราคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อถึงเวลา แต่เราสามารถชะลอความเสื่อมเหล่านี้ให้เสื่อมช้าลงหรือเกิดอาการให้ช้าที่ สุดได้ โดยพยายามควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้น้ำหนักตัวมากเกินไป


อ่านเพิ่มเติม...
 
โรคที่พบในผู้สูงอายุ PDF พิมพ์ อีเมล

picTopic4โรคที่พบในผู้สูงอายุ นั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดมา ตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว แต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ บางโรคเกิดเนื่องจาก ความเปลี่ยนแปลงของ การบริโภคอาหาร ภายหลังจากเกษียนอายุราชการ โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ โภชนาการในอดีตหรือปัจจุบัน ได้แก่

โรคอ้วน

อ้วน นับเป็นโรคอย่างหนึ่ง ที่เกิดจากการสะสมของพลังงาน ที่ได้จากอาหารที่รับประทาน เกินความต้องการของร่างกาย และมีการเก็บสะสมไว้ ในรูปของไขมันในระยะนานเข้า ก็จะปรากฏให้เห็น ด้วยการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...
 


วารสารทางวิชาการ(Journals)

อ่านเพิ่มเติม >>

[webmaster_osteokku@hotmail.com ]
View My Stats Free Stats