Home
OsteoKKU.com : กลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
E-variety

e-varietybanner-medical

e-varietybanner-health

e-varietybanner-herb

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับสุขภาพ Herb - สมุนไพรไทยน่ารู้

e-varietybanner-entertaint


e-varietybanner-it


e-varietybanner-getidea

ข่าวสาร สารพัน บันเทิง
ไอที เทคโนโลยี
Get Idea !! (เขาคิดได้ไงนะ)
 
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ PDF พิมพ์ อีเมล
รศ.ศุภศิลป์ สุนทราภา
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ ความผิดปกติของกระดูกที่ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ทำให้ผู้นั้นเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักเพิ่มขึ้น โดยความแข็งแรงของกระดูกนี้เกิดจากสองปัจจัยรวมกันคือ ความหนาแน่นของกระดูก และคุณภาพของกระดูก

ความหนาแน่นของกระดูกสามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูก ในปัจจุบันเครื่องตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูกโดยใช้รังสีเอ็กซ์ ถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

dexadexad2

เครื่องตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูกด้วยรังสีเอ็กซ์ (DEXA = Dual Energy X-ray Absorptioometry)

สำหรับคุณภาพของกระดูกประกอบด้วยคุณลักษณะใหญ่ๆ 4 ประการคือ
1. โครงสร้างภายในของกระดูก (bone microarchitecture) หมายถึง โครงสร้างทางจุลภาคภายในกระดูก ซึ่งมีลักษณะสานต่อกันเป็นร่างแห จากการสานต่อกันเช่นนี้ทำให้มีความสามารถรับแรงกดอัดได้อย่างมาก Silva MJ และคณะ (1997)2 ได้ศึกษาถึงความสามารถรับแรงอัดของกระดูกพบว่ากระดูกหากลดค่ามวลกระดูกลงเท่าๆกันคือร้อยละ 10 โดยชิ้นหนึ่งไปลดที่ความหนาของเสี้ยนกระดูก (decrease trabecular thickness) ขณะอีกชิ้นหนึ่งไปลดจำนวนเสี้ยนกระดูกที่เชื่อมขวาง (decrease cross-trabeculae or decrease trabecular number) พบว่าความสามารถในการรับแรงอัดของกระดูกที่ลดความหนาลงจะลดลงร้อยละ 20 ในขณะที่กระดูกที่ลดจำนวนเสี้ยนกระดูกที่เชื่อมขวางความสามารถในการรับแรงอัดลดลงถึงร้อยละ 70 สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเสี้ยนกระดูกเชื่อมขวางมีความสำคัญอย่างมากต่อความแข็งแรงของกระดูก

อ่านเพิ่มเติม...
 
Articular Cartilage (กระดูกอ่อนผิวข้อ) PDF พิมพ์ อีเมล
articular_cartilage
Articular Cartilage Conclusion
- กระดูกอ่อนผิวข้อมีความสลับซับซ้อนและมีองค์ประกอบจำนวนมาก ตั้งแต่เซลล์กระดูกอ่อน รวมไปถึงเนื้อพื้นนอกเซลล์ ซึ่งมีสารประกอบจำนวนมากที่เป็นส่วนสำคัญต่อการรักษาความแข็งแรง
- การสร้างและการสลายของกระดูกอ่อนผิวข้อ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการคงสภาวะของกระดูกอ่อนผิวข้อให้มีความคงทนและอยู่กับเราได้นาน
- การเข้าใจพื้นฐานของกระดูกอ่อนผิวข้อได้ดี จะทำให้แพทย์สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมถูกต้อง


download ดาวน์โหลดฟรี เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง Articular Cartilage (กระดูกอ่อนผิวข้อ)
จากการบรรยายของ รศ.นพ.ศุภศิลป์ สุนทราภา ในงาน Bone forum
ที่มีผู้สนใจ และ ดาวน์โหลดมากเป็น อันดับ 1first_awards


comment ท่านที่สนใจ สอบถาม หรือ แสดงความคิดเห็นได้ที่ กระดานข่าวเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ กระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular Cartilage)
 
วิตามินและแร่ธาตุ PDF พิมพ์ อีเมล
vitaminซีลีเนียม (Selenium)
มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายและยังเป็นสิ่งสำคัญที่ ช่วยกระตุ้นสารไอโอดีนจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ ยีสต์ชนิดพิเศษที่เกิดจากการก่อตัวของซีลีเนียมจะช่วยลดความเสี่ยงของการ เกิดโรคมะเร็ง ซีลีเนียมจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีฤทธิ์ในการต่อสู้กับอาการหอบหืด ช่วยชะลอการเสื่อมของมาคูลาร์ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคไขข้ออักเสบได้

เบต้า แครอทีน (Beta Carotene)
ร่างกายสามารถเปลี่ยนเบต้า แครอทีนให้เป็นวิตามินเอได้เมื่อเกิดภาวะต้องการ เบต้า แครอทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงที่ช่วยปกป้องเซลล์ร่าง กายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระและมลภาวะรอบด้าน

ซิงค์ (Zinc Sulfate)
เป็นส่วนสำคัญของสารเอนไซม์มากกว่า 100 ชนิดในระบบย่อยอาหาร กระบวนการเผาผลาญไขมัน และการรักษาบาดแผล ซิงค์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายและช่วยป้องกันการเกิด หวัด/อาการเจ็บคอ การรักษาแผล โรคของคอรห์น (โรคที่มีลักษณะอาการท้องร่วง ปวดท้อง และน้ำหนักลด) และ โรควิลสัน (เป็นโรคทาพันธุกรรมหายาก ลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยคือจะพบวงแหวนสีน้ำตาลที่กระจกตา)

กรดโฟลิค (Folic Acid)
กรดโฟลิคถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง กรดโฟลิคมีบทบาทมนหารช่วยเผาผลาญไขมัน กรดอะมิโน DNA และ RNA กรดโฟลิคมีความจำเป็นในการสร้างความสมดุลของเซลล์และโปรตีน ปริมาณที่พอเหมาะของกรดโฟลิคนับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับหญิงมีครรภ์และสุขภาพ ของหัวใจ

โครเมียม (Chromium)
โครเมียมเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเมตาบอลิซึมของกลูโคส (น้ำตาลในเส้นเลือด) จากผลดังกล่าว จึงทำให้เห็นว่าโครเมียมมีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ภาวะมีคอเลสเตอรอลสูง และโรค ไฮโปไกลซีเมีย

วิตามินเอ พาลมิเตต (Vitamin A Palmitate)
ใช้สำหรับคงไว้ซึ่งสุขภาพผิวที่ดี รวมทั้ง ตา กระดูก เส้นผม และฟัน วิตามินเอช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายและมีประโยชน์ต่อ cystic fibrosis การติดเชื้อ อาการตาบอดกลางคืน โรคหลอดลมอักเสบ แผลพุพอง และการรักษาบาดแผล

วิตามินซี (Vitamin C)
ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมีความสำคัญต่อกระดูก ฟัน คอลลาเจน และเส้นเลือด (capillaries) ช่วยเสริมสร้างการดูดซับธาตุเหล็กและเซลล์เม็ดเลือดแดง วิตามินซีช่วยป้องกันโรคตาแข็ง หวัด และอาการเจ็บคอ ลดการถูกทำลายของเส้นเลือดฝอยและช่วยในการฟื้นตัวจากความอ่อนเพลียเนื่องมา จากการออกกำลังกายได้

โมลิบดินัม (Molybdenum)
แร่ธาตุชนิดนี้มีความจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญไขมันของ DNA และ RNA และมีประโยชน์ในการต่อต้านโรคหืด
 
สมุนไพร (Herb) หมายถึง PDF พิมพ์ อีเมล

ความหมายของพืชสมุนไพร

คำว่า สมุนไพร ตาม พระราชบัญญัติยา หมายถึง "ยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ ซึ่งยังไม่ได้ผสม ปรุง หรือเปลี่ยนสภาพ" เช่น พืชก็ยังเป็นส่วนของ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล ฯลฯ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการแปรรูปใด ๆ แต่ในทางการค้าสมุนไพรมักจะถูกดัดแปลงในรูปต่าง ๆ เข่น ถูกหั่นให้เป็นชิ้นเล็กลง บดเป็นผงละเอียด หรืออัดเป็นแท่ง อย่างไรก็ตามในความรู้สึกของคนทั่ว ๆ ไป เมื่อกล่าวถึงสมุนไพร มักจะนึกถึงเฉพาะต้นไม้ที่นำมาใช้เป็นยาเท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าสัตว์ หรือแร่ มีการนำมาใช้น้อย และใช้ในโรคบางชนิดเท่านั้น

พืชสมุนไพร หมายถึงพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ปรุงหรือประกอบเป็นยารักษา โรคต่าง ๆ ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพร่างกายได้

ความสำคัญของพืชสมุนไพร

1. ความสำคัญในด้านสาธารณสุข

พืชสมุนไพร เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้เป็นประโยชน์ เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่โบราณกาลแล้ว เช่นในเอเชียก็มีหลักฐานแสดงว่ามนุษย์รู้จักใช้พืชสมุนไพรมากว่า 6,000 ปี แต่หลังจากที่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีการสังเคราะห์ และผลิตยาจากสารเคมี ในรูปที่ใช้ประโยชน์ได้ง่าย สะดวกสบายในการใช้มากกว่าสมุนไพร ทำให้ความนิยมใช้ยาสมุนไพรลดลงมาเป็นอันมาก เป็นเหตุให้ความรู้วิทยาการด้านสมุนไพรขาดการพัฒนา ไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ในปัจจุบันทั่วโลกได้ยอมรับแล้วว่าผลที่ได้จากการสกัดสมุนไพร ให้คุณประโยชน์ดีกว่ายา ที่ได้จากการสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ประกอบกับในประเทศไทยเป็นแหล่ง ทรัพยากรธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ มีพืชต่าง ๆ ที่ใช้เป็นสมุนไพรได้อย่างมากมายนับหมื่นชนิด ยังขาดก็แต่เพียงการค้นคว้าวิจัยในทางที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นเท่านั้น ความตื่นตัวที่จะพัฒนาความรู้ด้านพืชสมุนไพร จึงเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มีการเริ่มต้นนโยบายสาธารณสุขขั้นมูลฐานอย่างเป็นทางการของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2522 โดยเพิ่มโครงการสาธารณสุขขั้นมูลฐานเข้าในแผนพัฒนาการสาธารณสุข ตามแผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524) ต่อเนื่องจนถึงแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) โดยมี กลวิธีการพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยในงานสาธารณสุขมูลฐาน คือ

(1) สนับสนุนและพัฒนาวิชาการและเทคโนโลยีพื้นบ้านอันได้แก่ การแพทย์แผนไทย เภสัช กรรมแผนไทย การนวดไทย สมุนไพร และเทคโนโลยีพื้นบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา สุขภาพของชุมชน

(2) สนับสนุนและส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง โดยใช้ สมุนไพร การแพทย์พื้นบ้าน การนวดไทย ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเป็นระบบสามารถปรับประสานการดูแลสุขภาพแผนปัจจุบันได้ อาจกล่าวได้ว่าสมุนไพรสำหรับสาธารณสุขมูลฐานคือสมุนไพรที่ใช้ในการส่งเสริม สุขภาพ และการรักษาโรค/อาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...
 
บทความ อื่นๆ ...
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 2

วารสารทางวิชาการ(Journals)

อ่านเพิ่มเติม >>

[webmaster_osteokku@hotmail.com ]
View My Stats Free Stats