Home E-variety Medical ต้นแบบเครื่องคำนวณ CrCl

E-Book

ผลของวิตามินดี

ต่อการป้องกันและ

การรักษาโรคกระดูกพรุน

Effect of Vitamin D

on The Occurrence,

Prevention and

Treatment of Osteoporosis

ต้นแบบเครื่องคำนวณ CrCl PDF Print E-mail
calcrcl_350

ต้นแบบเครื่องคำนวณ CrCL

ยาส่วนใหญ่ถูกขับออกทางไต
ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้น ยาจึงเป็นเสมือนคำตอบสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ของร่างกาย ในเรื่องยานี้จะมีสักกี่คนที่เข้าใจว่า ส่วนใหญ่ของยาที่เข้าสู่ร่างกายของเราจะถูกขับหรือกำจัดออกจากร่างกายทางไต ขับทิ้งออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะเสียเป็นส่วนใหญ่ ประมาณว่าร้อยละ 80-90 ของยาทุกชนิดที่มีใช้กันอยู่บนโลกนี้จะถูกขับออกทางไต ส่วนที่เหลืออีกเล็ก ๆ น้อย ๆ จะถูกขับออกทางอุจจาระหรือปอด

เมื่อไตบกพร่องร่างกายจะขับยาได้ลดน้อยลง และอาจสะสมให้เกิดพิษได้
การที่ยาถูกขับออกทางปัสสาวะนี้ เป็นผลให้ระดับของยาในร่างกายลดต่ำลง และฤทธิ์ของยาหมดลงด้วย ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องไต ไตเสื่อม หรือไตทำงานได้ลดน้อยลง ปริมาณยาที่อยู่ในร่างกายก็จะถูกขับทิ้งได้น้อยลง เป็นผลให้ยาอยู่ในร่างกายได้นานยิ่งขึ้น และ/หรือมีปริมาณสูงขึ้น ดังนั้น ถ้าผู้ป่วยโรคไตได้รับยาในขนาดเดียวกันกับผู้ป่วยที่ไตทำงานปรกติก็จะส่งให้ ระดับยาสะสมอยู่ในร่างกายนานขึ้น และ/หรือระดับสูงขึ้นจนอาจทำให้เกิดพิษ เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย และอาจถึงแก่ชีวิตได้

ควรปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับการทำงานของไต
ผู้ป่วยโรคไตจึงไม่สามารถใช้ยาได้เหมือนกับผู้ป่วยทั่วไป จะต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับระดับการทำงานของไต ทั้งนี้ เพื่อคงผลการรักษาที่ดี พร้อมทั้งผดุงความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าโรคไตบกพร่องจะส่งผลให้ลดการขับออกของยา โดยเฉพาะยาที่ถูกกำจัดออกจากร่างกายทางปัสสาวะ จึงต้องระมัดระวังการให้ยาในขนาดและความถี่ที่เหมาะสมกับระดับการทำงานของไต ถ้าไตทำงานได้น้อยลงก็ต้องปรับขนาดยาให้ลดลง หรือยืดระยะห่างของการให้ยา เพราะถ้าปริมาณยาในร่างกายมากเกินไปก็จะสะสมทำให้เกิดหรือมีผลข้างเคียงต่อ ร่างกายได้ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าได้ยาน้อยเกินไปก็จะไม่ได้ผลในการรักษาโรค โรคไม่หาย กลับกลายเป็นโรคเรื้อรัง และเกิดอันตรายในที่สุด
ดังนั้น ในผู้ป่วยโรคไตจึงต้องมีการติดตามระดับการทำงานของไต ถ้ามีการทำงานได้น้อยลงหรือมีการเสื่อมของไตมากขึ้น ก็จะพิจารณาปรับขนาดยาหรือระยะห่างในการให้ยาให้เหมาะสมกับภาวะการทำงานของ ไตของผู้ป่วยแต่ละราย

การหาค่าชำระครีแอทินีน (Creatinine Clearance)
โดยทั่วไปแล้ว เภสัชกรส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยการคำนวณค่าการทำงานของไต หรืออัตราการกรองของเสียของไต (glomerular filtration rate) จากค่าชำระครีแอทินีน ซึ่งก็มีวิธีในการหาค่านี้หลากหลายวิธี แต่ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับเภสัชกรโรงพยาบาล ทั้งเพิ่มความสะดวกและความเที่ยงตรง ก็ได้แก่ สูตรค็อกครอฟท์และกอลท์ (Cockcroft & Gault) เป็นสูตรที่มีการใช้คำนวณและอ้างอิงในการปรับขนาดยาตามระดับการทำงานของไต มากที่สุด 
เมื่อได้ค่าชำระ ครีแอทินีนแล้ว ถ้าอยู่ในช่วงปรกติก็สามารถให้ยาในขนาดปรกติเหมือนคนทั่วไปได้ แต่ถ้าค่านี้ผิดปรกติก็ต้องพิจารณาว่าจะต้องปรับขนาดยาหรือไม่

ขอบคุณแหล่งที่มาบทความ : medicthai.com
 

Journals

Read More >>

[webmaster_osteokku@hotmail.com ]
View My Stats Free Stats